[SF] when I sick ... * Kyu-Min
posted on 06 May 2008 16:07 by minkyu in SFic
SF :: when I sick … *
Always Love :: Kyuhyun x Sungmin Ft. SJ-M
Auther :: dakyo
ยามที่อยู่ห่างไกลกัน มันช่างเงียบเหงาเหลือเกิน
ตอนนี้ไม่มีคนนั้นคอยดูแลเคียงข้างอย่างที่ผ่านมา
คิดถึง ... คิดถึงเหลือเกิน ....
ก๊อกๆๆๆ
“คยูฮยอน ตื่นหรือยัง”
“………………..”
“คยูฮยอน!!!~”
ตึ่งๆๆๆๆ
“พี่ฮัน ชีวอน ทุกๆคน~”
เสียงกระแทกเท้าตึ่งๆวิ่งระรัวบวกกับเสียงดังตะโกนโหวกเหวกจนลั่นทั่วบ้าน
เป็นผลให้ชีวอน เรียวอุค
เฮนรี่และโจวมี่ที่นั่งดูโทรทัศน์และฮันกยองที่นั่งจิบกาแฟในช่วงสายของวันอยู่ที่ห้องนั่งเล่นต้องหันไปมองเจ้าปลายน้อยเสียงสูงเป็นตาเดียว
“มีอะไรทงเฮ ทำไมต้องเสียงดังขนาดนั้นหล่ะ” พี่ใหญ่ประจำบ้านตอนนี้ เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นทงเฮวิ่งโหวกเหวกทำหน้าตาตื่น
“คะ..คยูฮยอน..คยูฮยอนตัวร้อนจี๋เลยอ่ะ ผมปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ลุกซักที”
สิ้นเสียงเจ้าปลาน้อย
ฮันกยองที่กำลังยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบก็วางกระแทกลงบนจานรองกระเบื้องที่เข้าชุดกับแก้วกาแฟหรู
แล้วรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องดูน้องชายรองสุดท้องของบ้านทันที
“คยูฮยอน .... คยูฮยอน.... ตื่นสิ ตื่น!”
“ค...ครับ”
ร่างสูงที่นอนเหยียดยาวกับเตียงงัวเงียรู้สึกตัวตื่นขึ้นจากแรงเขย่าของฮันกยอง
เปลือกตาบางพยายามปรือขึ้นอย่างอยากลำบากมองไปข้างหน้าก็ดูพร่ามัวไปหมด
อีกทั้งตอนนี้ใบหน้าที่เคยดูหล่อเหลากลับซีดเซียวทั้งตาจมูกปาก
รวมไปถึงพวงแก้มที่ขาวซีดอย่างเห็นได้ชัด
“นายไม่สบายนี่
ตัวร้อนจี๋เลย”
ฮันกยองว่าพลางรีบชักมือกลับทันทีหลังจากที่แตะหน้าผากของคนที่นอนซมอยู่บนเตียง
คงเป็นเพราะตัวร้อนมากจริงๆ
จนคยูฮยยอนเองรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบของฝ่ามือใหญ่ที่ทาบทับลงมา
“อื้อ คงงั้นครับ ผมรู้สึกปวดหัวด้วย”
“นายไปโรงพยาบาลดีมั๊ย ดูท่าทางนายจะไม่ไหวนะคยูฮยอน”
“ยะ.....อย่าเลยครับ
ผมไม่อยากให้เป็นข่าวใหญ่โต เดี๋ยวคนอื่นๆจะไม่สบายใจกัน
อีกอย่างผมไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่ปวดหัวตัวร้อนนิดหน่อย
กินยานอนพักแป๊บเดียวเดี๋ยวก็หายแล้วครับ”
“แน่ใจนะ”
“ครับ”
“งั้นเดี๋ยวพี่บอกพี่ซึงฮวานให้ว่านายป่วย วันนี้คงไปอัดรายการตอนบ่ายไม่ไหวแน่ๆ”
“พักซะนะคยูฮยอน เดี๋ยวฉันไปบอกพี่สต๊าฟให้เตรียมยากับผ้ามาเช็ดตัวให้นาย” ทงเฮกล่าวไว้ทิ้งท้ายแล้วก็เดินออกไปนอกห้องพร้อมกับทุกคน
ถ้าเป็นตอนที่ผมอยู่ที่เกาหลี ยามเมื่อผมเจ็บไข้ได้ป่วย ก็จะมีคนหนึ่งคนที่คอยดูแลผมอยู่เสมอ
มือนุ่มนิ่มกลมๆจะเอื้อมมาเปิดปอยผมสีเข้มออกและทาบทับฝ่ามือลงบนมาหน้าผาก
“อ๊ะ นายตัวร้อนอ่ะคยู...เดี๋ยวซองมินเอาฝามาเช็ดให้นะ”
“ซองมิน” มือแกร่งฉุดข้อมือร่างเล็กเอาไว้ “ผมอยากอยู่ใกล้ๆซองมิน”
“เดี๋ยวซองมินก็มา แค่ไปเอาผ้ากับน้ำมาเช็ดตัวให้นะ” รอยยิ้มกว้างน่ารักแย้มออกมากับแววตาที่บ่งบอกถึงความห่วงใยในตัวผม ... ร่างเล็กเดินดุ๊กๆออกไปจากห้องนอน ไม่นานนักก็กลับเข้ามาพร้อมกับกะละมังใบใหญ่พร้อมด้วยผ้าขนหนูผืนสีหวาน ก่อนจะจุ่มมันลงไปในชามกะลังและค่อยๆบิดผ้าจนหมาดอย่างเบามือ
ผ้าขนหนูสีหวานเรียบๆ ถูกคลี่ออก ใช้มือป้อมๆแบรองรับมันแล้วค่อยๆประกบลงบนหน้าผาก ก่อนจะไล้ฝ่ามือลงมาตามโครงหน้าและพวงแก้ม ความเย็นแผ่ซ่านจากผ้าขนหนูผืนหนา แต่ผมกลับรู้สึกได้อีกอย่างถึงความอุ่นร้อนที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือเล็กที่กั้นด้วยผ้าขนหนูผื้นนั้น มือเล็กๆคอยประคองเช็ดลูบไล้ไปตามใบหน้าและร่างกายของผม
นิ้วป้อมๆจัดการแกะกระดุมเสื้อตัวที่ผมสวมใส่อยู่ออกทีละเม็ดจนหมด แล้วค่อยๆแหวกสาบเสื้อออก ก่อนจะใช้ผ้าขนหนูหมาดๆที่ไปจุ่มน้ำมาใหม่แปะทับลงมาบนแผงอก ซองมินเช็ดตัวให้ผมอย่างเบามือ จนผมอดที่จะจ้องมองใบหน้าหวานน่ารักที่มีรอยยิ้มบางแต้มอยู่เสียไม่ได้ .... น่ารัก...น่ารักที่สุด ซองมินของผม
ซองมินเริ่มขยับมือลูบไล้ผ้าขนหนูเช็ดตัวให้ผมช้าลง เมื่อเริ่มรู้สึกได้ว่า ผมจ้องมองเค้าไม่วางตา ... ใบหน้าหวานซับสีเลือดจางๆ ค่อยๆแดงขึ้นๆจากพวงแก้มลามไปถึงใบหู
“มะ...มองอะไรเล่า…คยูฮยอนนอนพักได้แล้ว” ซองมินชักมือกลับพลางโยนผ้าขนหนูทิ้งเอาไว้ในชามกะละมัง
แล้วเบื้อนหน้าหนีทันที ด้วยความเขิน
“จะไปไหนซองมิน”
“กะ...ก็จะเอาผ้าไปซัก แล้วก็....ไปเก็บกะละมังด้วย”
“ซองมิน อย่าเพิ่งไป อยู่กับผมก่อนนะ ” แววตาเว้าวอนถูกส่งมาให้ ซองมินมองแล้วก็อดใจอ่อนเป็นไม่ได้ “ให้ผมนอนหลับก่อนแล้วกันนะ ซองมินค่อยเอาไปเก็บ ตอนนี้ผมอยากอยู่ใกล้ๆซองมินแบบนี้จัง” เอื้อมมือไปจับมือเล็กมากุมไว้แล้วซุกไว้ใกล้ๆกับใบหน้าหล่อที่นอนตะแคงหันข้างทาบลงกับหมอนใบโต
“อืม...นายนี่มันขี้อ้อนจริงๆซะนะคยูฮยอน … นอนพักเยอะๆล่ะ จะได้หายไวไว”
..............................
“นี่คยูฮยอน จะให้ฉันโทรบอกซองมินมั๊ย”
“อย่าเลยครับพี่ทงเฮ
ผมไม่อยากให้ซองมินไม่สบายใจ อีกอย่างผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก
ถ้าโทรหาซองมิน ซองมินก็ต้องรู้ว่าผมไม่สบาย
ผมไม่อยากให้ซองมินต้องเป็นห่วงผม”
“ก็ตามใจนาย...แต่นายไม่คิดถึงซองมินหรอ”
“..........................................” คยูฮยอนก้มหน้านิ่งความเงียบคือคำตอบที่ทงเฮได้รับ
...ใช่แล้วล่ะ
ผมคิดถึงซองมิน คิดถึงมากๆ อยากให้มาดูแลตอนผมไม่สบาย อยากคุย
อยากเห็นหน้า อยากอยู่ใกล้ๆ อยากกอด อยาก(..........?!)
[เติมคำลงในช่องว่าง -*-]
ทงเฮถอนหายใจยาว
แค่ดูสีหน้าเจ้าน้องรองสุดท้องของบ้านก็เดาออกว่ายังไงๆก็คิดถึงซองมินใจจะขาดปานนั้น
เพราะเกือบ1อาทิตย์ ตั้งแต่มาอยู่ที่จีน
คยูฮยอนก็เอาแต่เงียบและไม่ค่อยพูดจา บางครั้งก็ดูซึมๆ
ตั้งแต่ที่รู้ข่าวว่าจะมาอยู่ที่จีนเป็นเวลาถึง 2 เดือน
และจะได้กลับไปเกาหลีเมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้เหมือนกัน
“ดูท่าทางนายคงจะไม่ได้ป่วยร่างกายธรรมดาแล้วแหละมั้ง
นายคงจะป่วยใจด้วยมากกว่าคยูฮยอน” มือเรียวบาง
ตบไหล่คนที่นอนขดอยู่บนเตียงเบาๆ แล้วขยับผ้าห่มห่มปิดให้จนถึงแผ่นอก
ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
“นอนพักซะหล่ะ เรื่องงานบ่ายนี้ไม่ต้องห่วง พี่ซึงฮวานเคลียร์ให้หมดแล้ว”
“ขอบคุณครับพี่ฮัน”
พี่ใหญ่ประจำบ้าน ก็กล่าวทิ้งท้ายให้ผมหายห่วง(เรื่องงาน) แล้วก็เดินตามออกไปกับพี่ทงเฮทันที
++++ ค่ำวันเดียวกัน ++++
หลังจากที่กลับมาจากอัดรายการทุกคนก็ตรงดิ่งกลับมายังที่พักในทันที
โดยเฉพาะลีดเดอร์ประจำวง SJ-M ทำหน้าที่เป็นพี่ใหญ่
ที่ลงทุนซื้อข้าวของอาหารสดกลับมาทำข้าวต้มสูตรเฉพาะต้นตำรับของตระกูลมาให้คยูฮยอนทาน
“คยูฮยอน
นายตื่นมากินเข้าต้มร้อนๆก่อนสิ พี่ทำสูตรพิเศษเชียวนะ
นายเคยกินแต่ข้าวผัดปักกิ่ง คราวนี้เป็นข้าวต้มปักกิ่งดูมั่ง
อร่อยไม่แพ้กันเลยล่ะ”
“ขอบคุณครับ...แต่ผมไม่หิวเลย”
“คยูฮยอน นายไม่กินไม่ได้นะ เกิดเป็นหนักกว่านี้แล้วจะทำยังไง” ทงเฮกล่าวต่อว่าคนดื้อรั้น
“นั่นสิ นายลุกขึ้นมากินเถอะคยูฮยอน จะได้กินยาด้วยไง” เรียวอุคกล่าวเสริม
“พี่ฮันตั้งใจทำให้นายเลยนะคยูฮยอน
กินซะสิ” เมื่อเห็นว่าคยูฮยอนยังคงเฉย ชีวอนก็เลยพูดบ้าง
เผื่อคนดื้อที่นอนซมแทบไม่มีแรงจะลุกขึ้นมากินบ้าง
แต่คำตอบและการกระทำที่ได้รับจากคยูฮยอน ทำให้ทุกคนต่างถอดใจ และก็เห็นใจ ......
“ผมไม่หิวจริงๆครับ”
เสียงแหบพร่ากล่าวเรียบๆ
พลางพลิกตัวหันหน้าไปอีกฝั่งแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาเหม่อลอย ...
คิดถึง..คิดถึงมาก ทำไมไม่เป็นซองมินที่มาอยู่ใกล้ๆผม
ตอนนี้ผมหนาวมากรู้มั๊ยอยากกอดซองมินให้หายหนาวเหลือเกิน ....
พลางกระชับผ้าห่มผืนหน้าเข้าซุกหาไออุ่นด้วยความเศร้ามอง (และตรอมตรม)-*- …
ไม่ใช่ว่าพี่ฮันกยองจะทำไม่อร่อย
แต่ผมทานไม่ลงจริงๆ ตอนนี้ไม่รู้สึกหิวอะไรเลย ไม่อยากกิน
ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น อยากอยู่เฉยๆ ... ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ผมป่วย
ซองมินคงเข้าไปในครัวอย่างพี่ฮันกยอง
ทำนู่นทำนี่เมนูสารพัดที่เกี่ยวกับฟักทองให้ผมกิน ข้าวต้มฟักทอง
ตามด้วยขนมหวานฟักทองเชื่อม ปิดท้ายด้วยน้ำฟักทองสูตรพิเศษของซองมิน
ที่บอกหนักหนาว่ากินแล้วจะได้มีแรงหายป่วยไวไว
ถึงแม้เมนูจะเป็นฟักทอง ฟักทอง และฟักทอง แต่ผมก็ไม่เคยเบื่อ กลับชอบซะอีกที่มีคนมาคอยดูแลผม...อย่างซองมิน
แต่พอถึงตอนนี้
ผมย้ายมาอยู่ที่จีนเผื่อโปรโมตอัลบั้ม ทำให้เราต้องอยู่ห่างไกล
มันทำให้ผมเงียบเหงา
บางครั้งก็รู้สึกท้อแท้ที่ไม่มีซองมินคอยอยู่ด้วยใกล้ๆ
จนผมไม่สบายขึ้นมาอย่างตอนนี้ ...
ถึงแม้เองในตอนนี้จะมีคนรอบข้างทั้งพี่ฮันกยอง พี่ชีวอน พี่ทงเฮ พี่โจวมี่
เรียวอุคและเฮนรี่ เข้ามาดูแลผมสลับกันบ้างรวมถึงพี่สต๊าฟ
นั่นก็ทำให้ผมรู้สึกดีว่ายังมีคนที่อยู่ข้างๆผม
แต่นั่นก็ไม่เหมือนกับซองมินที่คอยดูแลและอยู่คียงข้างผมมาตลอด
แต่ถึงผมจะท้อแท้บ้างแต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมท้อแท้ไปจนหมดหรอกนะครับ
เพราะผมก็เข้าใจว่ามันเป็นงาน และซองมินเองก็เข้าใจดี
อีกทั้งยังให้กำลังใจผมอยู่เสมอ รวมไปถึงบรรดาแฟนคลับที่น่ารักของพวกผม
เค้าก็ยังให้กำลังใจผมอยู่เสมอ นั่นก็ทำให้ผมรู้สึกว่า ต้องตั้งใจทำงาน
และทำออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้....
แต่ทำไมตอนนี้...ผมถึงได้รู้สึกล้าและเหนื่อยเหลือเกิน....
“คยูฮยอน...ซองมินทำข้าวต้มร้อนๆมาให้ ดูซิน่ากินมั๊ยเอ่ย” กินหอมลอยเข้ามาเตะปลายจมูก ผมลืมตาขึ้นช้าๆสูดกลิ่นหอมเข้าไปเต็มๆ
“ข้าวต้มอะไรหรอซองมิน หอมน่ากินจัง”
“นี่ไง
ข้าวต้มฟักทองร้อนๆ ... ซองมินลงไปทำในครัวให้เลยน๊า นี่ก็น้ำฟักทองด้วย
คยูยอนกินก่อนนะ จะได้หายไวไวไง” ซองมินวางถาดลงข้างหัวเตียง
แล้วยกชามข้าวต้มที่ยังมีไอร้อนๆลอยกรุ่นขึ้นมายื่นให้กับผม ...
“ทำไมไม่กินล่ะ”
“ฟักทองอีกแล้วหรอซองมิน”
“ก็ทำไมอ่ะ
ฟักทองนี่แหละอร่อยจะตาย
ถ้าคยูฮยอนไม่กิน....ฮึ่ก...ซองมินจะเอาไปเททิ้งลงท่อให้หมดเลย”
หน้าหวานยู่ลง น้ำเสียงประชดประชันไม่พอใจ
แต่แววตาซื่อกลับเริ่มมีน้ำใสๆคลอหน่วงอยู่ที่ตา ...
อีกไม่นานซองมินต้องร้องไห้ออกมาแน่ๆ
ผมทำผิดอีกแล้ว ให้ตายสิ ... ซองมินเค้าทำมาให้นายนะ มาดูแลนาย แต่นายกลับจะทำให้ซองมินกำลังจะร้องไห้ บ้าจริงๆคยูฮยอน!
“ซองมิน....ผมขอโทษ
ผมไม่ได้ตั้งใจว่าซองมินซักหน่อย ฟักทองก็ฟักทอง ...
แต่ว่าซองมินต้องป้อนด้วยนะ...อ้ามมมม” ผมอ้าปากรอรับข้าวต้มร้อนๆ
มือเล็กปาดน้ำตาที่ยังไม่ทันไหลออกลวกๆรอยยิ้มบางค่อยๆยิ้มกว้างน่ารัก
พลางตักเข้าต้มแล้วเป่าเบาๆจนหายร้อนแล้วค่อยป้อนเข้าปากผมจนหมด
“หมดแล้ว คยูฮยอนเก่งจริงๆ เดี๋ยวก็หายแล้วสิน๊า”
“ก็เพราะผมมีคนดูแลดีแบบนี้หนิครับก็เลยหายไว…. ” ^ ^
แต่ตอนนี้ไม่มีใครดูแลผมได้เหมือนกับซองมิน...ผมคิดถึงซองมินที่สุดเลย....จนไม่อยากจะรออีกต่อไปแล้ว
ผมอยากโทรไปหาซองมินตอนนี้
เพียงแค่ได้ยินเสียงเล็กน้อยของซองมินก็ยังดี
ผมจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง
แต่เรี่ยวแรงกลับเริ่มไม่มี
มันแห้งหายเหือดหายไปกับความเจ็บป่วยที่รุมเร้าทั้งปวดหัวตัวร้อนเป็นไข้อีกทั้งก็ยังไม่ได้แตะข้าวและน้ำมาทั้งวัน
ซองมินอยู่ไหน...คยูฮยอนคิดถึงซองมินเหลือเกิน ….
ภาพตรงหน้าค่อยๆพร่าเลือนหายไปช้าๆ … ดวงตาคมหรี่ลงทุกขณะจนทุกสิ่งทุกอย่างดับวูบลงไป !!
......................................
“อาการคยูฮยอนเป็นยังไงมั่งครับ” ผู้จัดการสุดหล่อเอ่ยถามขึ้นทันทีหลังจากที่หมอออกมาจากห้องนอนของคยูฮยอน
“คนไข้ไม่ยอมทานข้าวทานน้ำก็เลยทำให้ไม่มีเรี่ยวแรง
ร่างกายก็เลยทรุดลงไปครับ แต่ตอนนี้ไม่เป็นอะไรมากแล้วครับ
หมอฉีดยาให้แล้ว พักอีกซักหน่อยก็คงจะดีขึ้น”
“ขอบคุณครับคุณหมอ….เดี๋ยวผมให้คนขับรถไปส่ง”
ซึงฮวานกล่าวขอบคุณหมอ ที่เชิญมารักษาคยูฮยอนให้ที่บ้าน
เพราะกลัวว่าถ้าพาส่งโรงพยาบาล อาจจะเป็นข่าวใหญ่โตได้
ก่อนจะกล่าวทิ้งท้ายกับสมาชิกคนอื่นๆในวง
“พวกเราดูแลคยูฮยอนด้วยล่ะ เดี๋ยวพี่พาหมอไปส่ง แล้วจะไปเคลียร์งานให้คยูฮยอนอีก คงต้องให้หยุดยาว3-4 วัน”
“คร้าบ”
“เฮ้อ น่าสงสารคยูฮยอนมันเนอะ ... ปกติอยู่ที่เกาหลี มีเมียคอยดูแลไม่ห่าง ไม่ว่าจะป่วยหรือไม่ป่วย” ชีวอนเปรยขึ้นมา พลางถอนหายใจยาว
“คิดถึงก็ไม่ยอมโทรไปหา
พอไม่สบายก็กลัวว่าเค้าจะเป็นห่วง แล้วดูซิเป็นไง
นอนซมเกือบตายไปแล้วมั๊ยล่ะ
ดีนะที่ฉันเข้าไปเห็นทันพอดี..ไม่งั้นหน้าหล่อๆที่สาวกรี๊ดนักกรี๊ดหนาไปฟาดกับขอบโต๊ะข้างเตียงเข้าให้
หน้าเยินคิ้วแตกดั้งหัก....หมดหล่อกันพอดี” =*=
“พี่ทงเฮก็พูดเกินไปอ่ะ”
“ก็หรือไม่จริงล่ะเรียวอุค ชิ” ว่าแล้วก็เดินจ้ำอ้าว หนีเข้าไปในห้องตัวเองทันที
“เอาน่าเรียวอุค ทงเฮก็แบบนี้ ตอนนี้ก็คงไม่ต่างจากคยูฮยอนมากหรอก คงคิดถึงคิบอมพอๆกับคยูฮยอนคิดถึงซองมินนั่นแหละ”
.........................................
++++ เช้าวันรุ่งขึ้น ++++
คยูฮยอนรู้สึกดีขึ้นมากเริ่มมีเรี่ยวแรงไข้ก็เริ่มลดลง
และยอมทานข้าวต้มปักกิ่งสูตรพิเศษของฮันกยอง
เป็นเพราะเจ้าปลาน้อยมาขู่เอาไว้
ว่าถ้าไม่ยอมกินจะไม่ยอมให้คุยกับซองมินและถ้าเกิดลุกเดินไปไหนหน้าไปล้มฟาดโต๊ะฟาดเตียงเข้าอีก
คราวนี้จะไม่เข้าไปช่วยจะปล่อยให้หน้าของผมเยินคิ้วแตกดั้งหัก
หมดหล่อกันพอดี T^T (สรุปว่ากลัวว่าไม่ได้คุยกับซองมินหรือกลัวหมดหล่อฟะ!)
“เอ้าคยูฮยอน ฉันโทรหาซองมินให้แล้ว คุยกันเองนะ” คยูฮยอนรับโทรศัพท์มาจากมือของทงเฮ แล้วค่อยๆแนบลงขนาบข้างใบหูช้าๆ
“ซ ซองมิน” เสียงทุ้มเอ่ยสั่นพร่า~
“คยูฮยอน ร้องไห้ทำไม.... อย่าร้องนะ ซองมินอยู่นี่แล้วไง”
“............”
“ทำไมคยูฮยอนไม่สบายแล้วไม่ยอมโทรบอกซองมินล่ะ” เสียงเล็กเจือความเป็นห่วงส่งบอกผ่านทางโทรศัพท์เครื่องจิ๋วข้ามประเทศกัน
“ผม....ผมกลัวว่าซองมินไม่สบายใจ....”
“ก็เลยไม่โทรหาว่างั้น...แล้วนี่ซองมินมารู้ว่าคยูฮยอนเป็นมากถึงขนาดที่ต้องตามหมอมาถึงบ้านแบบนี้
ซองมินไม่ยิ่งไม่สบายใจมากกว่าเลยหรือไง ” น้ำเสียงติดจะงอนๆ
ที่คยูฮยอนไม่เห็นว่าเรื่องนี้สำคัญ
แต่สำหรับซองมินเองทุกเรื่องของคยูฮยอนสำคัญหมด
ไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่หรือเรื่องที่รู้แล้วไม่สบายใจหรือไม่
ซองมินก็ต้องการรู้ ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ดูแลใกล้ๆ
แต่ขอแค่ให้ซองมินรับรู้ด้วย อย่างน้อยเขาเองก็ได้รับฟัง
และอยู่เคียงข้างคยูฮยอนในยามที่ท้อแท้
“ผมขอโทษ...คยูฮยอนคิดถึงซองมินมากเลยรู้มั๊ย ยิ่งตอนผมไม่สบายอยู่ที่นี่แล้วไม่มีคนมาคอยดูแลเลย”
“ก็พี่ฮันกยองไง ไหนจะทงเฮ ชีวอน เรียวอุค โจวมี่ เฮนรี่ด้วยอีกคน มีตั้งเยอะแยะ ทำไมจะไม่ดูแล”
“ก็......”
“ซองมินรู้หมดแล้วนะ ว่าทุกคนก็ช่วยกันดูแลแต่คยูฮยอนดื้อ ไม่ยอมทานอะไรเลย ไม่เชื่อฟังพวกพี่ๆ”
“..............................”
“คยูฮยอนนา!~”
“ผะ ... ผมรู้ … แต่คนอื่นก็ไม่เหมือนซองมินหนิ ผมอยากให้ซองมินมาอยู่ดูแลด้วย”
“คยูฮยอน...”
ซองมินถอนหายใจยาว ทำไมโตป่านนี้อายุก็20แล้ว ถ้าให้นับตามเกาหลีก็ 21
แล้วด้วยซ้ำไปยังทำตัวดื้อเหมือนเด็กเล็กๆ
ที่ไม่ยอมทานข้าวทานยังไงยังงั้น
“ผมแค่คิดถึงซองมินมากจริงๆ...”
“คิดถึงทีหลังก็โทรมาหาสิ
ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องโทรรู้มั๊ย
อย่าเป็นคนอ่อนแอแบบนี้...เรื่องเลวร้ายกว่านี้นายยังผ่านมาได้เลยนะคยูฮยอน”
ใช่ ทำไมผมถึงอ่อนแอแบบนี้ ทั้งๆที่คิดถึงซองมินมาก
แต่ก็ไม่กล้าโทรไปหาเพราะกลัวว่าถ้าซองมินรู้ว่าผมไม่สบาย
ซองมินเองจะต้องกังวลและเป็นห่วง ...
แต่ซองมินเองกลับที่เข้มแข็งกว่าผมซะอีก ผมนี่มันแย่จริงๆ
....แต่ต่อไปนี้คยูฮยอนจะไม่อ่อนแออีกแล้ว สู้ตายยย!!! -*-
“คยูฮยอน
นายต้องเข้มแข็งรู้มั๊ย ...
อีกอย่างซองมินก็รู้ว่าตารางงานที่จีนของคยูฮยอนแน่นมาก
เพราะฉะนั้นต้องตั้งใจทำงานรู้มั๊ย
ยังมีใครอีกหลายคนที่รอดูงานของนายอยู่นะคยูฮยอน
และที่สำคัญทำงานหนักก็ต้องพักผ่อนเยอะๆด้วยนะ”
“อือ...แต่ว่าซองมิน”
“อะไรอีกหรอ”
“ผมขอหอมซองมินได้มั๊ย”
“>*< จะหอมไงเล่า อยู่กันตั้งข้ามประเทศแบบนี้”
“งั้นซองมินก็หันแก้มพองลมเข้าโทรศัพท์ก่อนสิ..นะ..นะน๊า~” หยอดคำอ้อนทิ้งท้าย ให้ซองมินฟังแล้วรู้สึกหัวใจกระตุกเล่น
“ทำแล้วยัง”
“อื้อ ทำแล้ว...เร็วๆสิ ไม่งั้นไม่ให้หอมแล้วนะ”
ฟืดดดดดดดดดดดดดดดดด~ …. เสียงสูดลมหายใจเข้าปอดดังลากยาวนานนับเจ็ดวินาที
“อ๊า~ซองมินหอมที่สุดในโลก~”
“บ้า หอมอะไรกันเล่า ได้กลิ่นด้วยหรือไง” คนบ้าอะไรหอมแก้มผ่านทางโทรศัพท์ก็ได้แล้วยังได้กลิ่นหอมอีก -*-
“ฮ่ะๆคิกๆ…แค่นี้ก็ชื่นใจแล้ว
หวัดแป๊บเดี๋ยวก็หายเป็นปลิดทิ้ง ^__^” คยูฮยอนหัวเราะคิกคักพอใจ
ที่ได้แกล้งคนรักให้เขินเล่น
รอยยิ้มกว้างฉาบบนใบหน้าหล่อจัดที่เริ่มดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา
หลังจากที่แห้งห่อเหี่ยวไม่มีแม้แต่รอยยิ้มซักนิดมาอยู่หลายวัน
“คยูฮยอนต้องดูแลตัวเองดีๆนะ…ถ้าไม่งั้นซองมินจะตามไปดูแลที่จีนเลยคอยดู”
“งั้นซองมินก็มาสิ … คยูฮยอนจะให้ซองมินดู(แล)ทุกอย่างเลยยยยยยย” เสียงฉายแววความเจ้าเล่ห์ ตามแบบฉบับเดิมของเจ้าตัวเริ่มปรากฏออกมา
“บ้า!
ทำเสียงแบบนี้ แสดงว่าใกล้หายแล้วสินะ” ซองมินตอบงุบงิบ
ได้ยินแบบนี้แล้วก็ค่อยโล่งใจ เจ้าหมาป่าเจ้าเล่ห์ของเขากลับมาเป็นคนเดิม
ไม่ได้อ่อนแอและท้อแท้อย่างที่ผ่านมา
“ซองมิน คิดถึงนะครับ”
“ถ้าคิดถึงอีกก็โทรมาอีกล่ะ...”
“งั้นแบบนี้ก็คงโทรไปหาซองมินทุกวินาทีเลย”
“เว่อร์ไปน่า~.....”
“ถ้าซองมินคิดถึง ก็ต้องโทรหาคยูฮยอนด้วยนะ”
“อื้อ…คิดถึงคยูฮยอนเหมือนกันนะ.....หายไวไวล่ะเจ้าหมาป่าขี้อ้อน”
…………… ThE EnD ..................
Ps1. KyuKy Fighting !! get well soon T_T
Ps2. อ่านแล้วเม้นค่ะ ^___^
Ps3. มีโครงการว่าจะแต่งฟิค AV Series * ตามที่รีเควสมาแต่จะรอดหรือไม่คงต้องรอลุ้นกันต่อไป ครึๆ -*-














คยูมินforever^^
#1 By เฮียเเจ กะ เจ้าแมวโฉด on 2008-05-06 18:48