[SF] - - - Walking Dead - - - NC-20 [KYUMIN]

posted on 21 Jun 2012 20:36 by minkyu in SFic

SF : - - - Walking Dead - - -

Couple : Kyuhyun x Sungmin

Writer : dakyo

Rate : NC-20 , (เลือดสาด?)

Talk : ขอชี้แจงเบื้องต้นไว้ตรงนี้ก่อน ว่าฟิคเรื่องนี้ นำโครงเรื่องหยิบยกมาจากซีรีย์ฝรั่งเรื่อง Walking Dead ทั้งเนื้อหาในหลายๆฉาก รวมถึงคำพูดบางตอนด้วยนะคะ … เราชอบเรื่องนี้มาก ดูแล้วสนุกตื่นเต้น และชอบฉากของตัวรองในกลุ่มเป็นคนเกาหลีด้วย แอบน่ารัก หุหุ ^^

 

 

(สำหรับคนที่ตามมาจากเด็กดี เลื่อนลงไปอ่านตรงช่วงตัวหนังสือสีขาวต่อได้เลยนะคะ)

 

 ++

 

 

“อย่านะ....หยุด.....ฮื่ออออ” ร้องไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ชายหนุ่มตัวน้อยนั่งถอยกรูดใช้มือยันพื้นไปด้านหลังตามดินสีแดงและพื้นหญ้าที่ขึ้นแซมมาตามทางเดินในป่า หลังจากที่ตัวเองวิ่งสะดุดกิ่งไม้ใหญ่จนล้มลง ใบหน้าหวานมีสีหน้าตื่นตระหนก และตกใจกลัวเมื่อกำลังถูกร่างปีศาจยักษ์ น่าตาอัปลักษณ์ขยะแขยงเดินโซซัดโซเซเข้ามาใกล้ มือหยาบกร้านแห้งเหี่ยวสีคล้ำดังเช่นซากศพ ผอมจนกระดูกแทบติดผิวหนัง หนำซ้ำยังมีคราบเลือดแห้งกรังปะปนเป็นที่น่าสะอิดสะเอียนคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าของชายหนุ่มแน่น

 

หัวใจแทบวายบีบเค้น ด้วยความลนลานพยายามสะบัดออกเต็มแรงแต่ก็ไม่เป็นผล แต่สติยังดีพอพยายามควานหาท่อนไม้หรือก้อนหินแถวนั้นเพื่อใช้เป็นอาวุธ หลังจากที่ขวานด้ามยาวทำตกไว้ตอนที่สะดุดกิ่งไม้ล้ม

 

ร่างปีศาจเกาะข้อเท้าชายหนุ่ม มันอ้าปากค้างก่อนจะใช้ฟันคมก้มลงไปจ่อที่ผิวเนื้อ เพียงแค่เฉียดปลายนิ้ว ......

 

ฉึกกก !!!!    อั๊กกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!

 

เลือดสีแดงสดสาดกระจายพุ่งทะลักออกมาจากหัวสมองของร่างปีศาจไปทั่วบริเวณ หลังจากถูกมีดเล่มยาวแทงทะลุ จนมันล้มทิ้งตัวหัวลงนอนแน่นิ่งอยู่ปลายเท้าคนร่างเล็ก

 

“นายไม่รู้หรือไง ว่า”ไอ้”พวกผีดิบนี้มันต้องแทงเข้าที่หัวเท่านั้น” ชายหนุ่มร่างสูงหุ่นดี ใบหน้าขาวคมหล่อเหลา ตัดกับสีผมน้ำตาลเข้มเหลือบทอง มีดวงตาแน่วแน่จ้องมองไปยังร่างเล็กที่ยังคงหายใจหอบกับเหตุการณ์ที่น่าตกใจเช่นนี้  ริมฝีปากหนาหยักยกขึ้น พร้อมกับหยิบผ้ามาเช็ดคราบเลือดบนมีดเล่มยาว ทั้งที่นั่งอยู่บนหลังม้าสีน้ำตาลตัวสูงใหญ่ ยิ่งส่งผลให้คนหล่อดูมีเสน่ห์และเท่จับจิตเหลือเกิน

 

 

“ขอบคุณมากนะครับ” ซองมินขอบคุณคนที่เข้ามาช่วยชีวิตตนเองได้ทัน เพราะถ้าชายหนุ่มคนนี้ไม่มาฆ่าพวกผีดิบนี้ไปก่อน เขาเองก็คงจะถูกพวกมันกัดกินร่างจนไม่เหลือชิ้นดี

 

“มาสิ...ไปกัน” ชายหนุ่มกระโดดลงจากหลังม้า เผยให้เห็นร่างที่สูงสง่า เสื้อเชิ๊ตสีขาวกับกางเกงสีเขียวขี้ม้าเข้ม รองเท้าบูทหนังสีน้ำตาล เดินย่ำลงบนพื้นหญ้าก่อนจะข้ามหัวซากศพผีดิบ  ยื่นมือเข้าไปรับและช่วยประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้นยืน

 

“ปะ....ไปไหน” 

 

“แล้วนายจะอยู่ตรงนี้ รอให้พวกซอมบี้มันแห่กันมากินนายหรือยังไงกัน … ถ้าไม่ไป ฉันจะไปละ” ว่ายังไม่ทันจบก็ผละออก กระโดดขึ้นหลังม้าอย่างชำนาญ ร่างเล็กที่ได้ยินเข้าเท่านั้นก็รีบวิ่งไปหา

 

“ดะ...เดี๋ยวสิครับ”

 

“งั้นขึ้นมาสิ”

 

“คือผม.....ผมมากับเพื่อนอีกกลุ่มนึงครับ เขาอยู่อีกฟากนึงด้านนู้น ผมต้องไปหาพวกเขาก่อน”

 

ชายหนุ่มรูปหล่อ ไม่ตอบ เพียงแต่พยักเพยิดหน้าให้คนหน้าหวานขึ้นมานั่งข้างหลังตน

 

“ผมชื่ออีซองมินครับ...แล้วคุณ”

 

“คยูฮยอน” 

 

 

.................................................................................................

 

 

 

หลังจากที่พาซองมินกลับไปยังกลุ่มเพื่อนพ้องที่มีกัน 4-5 คนแล้ว คนหล่อก็ยอมเสนอตัวให้ทุกคนตามไปพักที่ฟาร์มของเขา ทั้งนี้เพราะขืนยังอยู่ในป่า อย่างไร้จุดหมายแล้ว ดีไม่ดียังจะเจอซอมบี้แห่กันเข้ามาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อีกทั้งเพื่อนในกลุ่มคนนึงของซองมินเกิดอุบัติเหตุถูกแท่งไม้แหลมเสียบเข้าแขน ตอนที่วิ่งหนีซอมบี้อยู่ก่อนหน้านี้

 

“เป็นอะไรมากมั๊ยเยซอง” ซองมินถามด้วยความเป็นห่วง หลังจากที่ตัวเองแยกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อไปหาอาหารในป่า รักษาความอยู่รอดของกลุ่มไปวันๆอย่างไร้จุดหมาย

 

เยซองสะบัดหัวเบาๆพร้อมกับถามซองมินกลับไปด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน เพราะเห็นจากสภาพผมเผ้ารุงรังเสื้อผ้าขาดเป็นริ้วแล้ว คงจะต้องเจออะไรมาบ้างเช่นกัน

 

“เอาล่ะ ถ้างั้นพวกนายตามฉันมาแล้วกัน ฟาร์มของฉันห่างออกไปจากนี้ไม่กี่ไมล์”

 

 

.................................................................................................

 

 

 

พ่อของคยูฮยอนซึ่งเป็นแพทย์รักษาสัตว์ แต่มีเหตุจำเป็นเลยต้องมาเป็นแพทย์รักษาคน ซึ่งเมื่อตรวจร่างกายของเยซองดีแล้ว พบว่าบาดแผลถูกแทงลึก ต้องใช้อุปกรณ์ผ่าตัดรวมถึงยาปฏิชีวนะอย่างเร่งด่วน เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้จะเกิดการติดเชื้ออย่างรุนแรงและเป็นอันตรายได้

 

คยูฮยอนเลยอาสาจะเข้าไปในชุมชนเมืองที่อยู่ห่างออกไประยะนึงจากบริเวณฟาร์มของเขา เพื่อไปเอายาและอุปกรณ์ตามที่พ่อสั่งมาให้

 

 

“เอ่อ งั้นผมขอไปกับคุณด้วยนะครับ เผื่อผมจะได้ไปหาของใช้ทั่วไปมาด้วย” ซองมินเสนอขึ้นมาจะขอไปเป็นเพื่อน อีกอย่างก็ดีเหมือนกัน เขาเองจะได้เข้าไปหาของใช้ส่วนตัวกับของจำเป็นอีกหลายอย่าง

 

“เหอะ นายคิดว่าฉันจะไปช็อปปิ้งหรือไง ... ในนั้นมีแต่ซอมบี้เต็มไปหมดไม่กลัวหรอ?” คนหล่อครางเสียงในลำคอ ข้างในเมืองใช่ว่าจะไม่อันตราย เพราะถูกปล่อยทิ้งร้างไว้นานหลายเดือนแล้ว หลังจากที่เกิดโรคระบาดแพร่กระจายเชื้อไวรัสเปลี่ยนผู้คนให้เป็นซอมบี้อย่างรวดเร็ว คงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถ้าจะปล่อยให้คนสวยตามเขาไปด้วย

 

“ให้พ่อหนุ่มเขาไปด้วยเถอะ อย่างน้อยไปสองคนก็ยังดีกว่าไปคนเดียวนะ” คนสูงอายุเจ้าของบ้านกล่าวกับลูกชายตัวเอง ที่กำลังหันไปเตรียมอาวุธทั้งมีดพก ทั้งปืนสั้นและยาวรวมถึงกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมกับหยิบปืนกระบอกเล็กและมีดด้ามสั้นยื่นให้กับร่างเล็ก

 

“เอาเผื่อไว้ป้องกันตัว”

 

 

 

หลังจากที่ทั้งสองคนขี่ม้าตัวเก่งโดยที่ร่างเล็กเป็นคนนั่งซ้อนข้างหลัง เมื่อเข้ามาในแหล่งชุมชน ที่ตอนนี้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นสภาพเมืองร้าง ที่ไม่มีผู้คนอาศัย รอบข้างมีแต่เศษซากปรักหักพัง ตึกราบ้านช่องกระจกแตกพังยับเยินเต็มไปหมด หากแต่ยังคงมีส่วนที่ยังดีอยู่บ้าง รวมถึงหน้าร้านขายยาหลังนี้

 

ประตูกระจกของร้านถูกเปิดออก คยูฮยอนถือปืนสั้นเล็งไปยังด้านหน้าเพื่อสำรวจไปรอบๆ ข้างในของร้านขายยา ซองมินก็เช่นเดียวกัน เดินตามไล่หลังเข้ามาในร้านและปิดประตูให้สนิท จนเมื่อตรวจดูภายในเรียบร้อยว่าปลอดภัยแล้ว คยูฮยอนก็เริ่มค้นหายาและอุปกรณ์ที่ต้องการทันที

 

“นายจะเอาอะไรก็เลือกเอา”

 

“ครับ คงเป็นพวกของใช้ทั่วๆไป” ซองมินขานตอบรับแล้วเดินไปยังอีกมุมของร้านแถวๆเค้าเตอร์ ร่างเล็กค้นหาสิ่งของที่ต้องการ ทั้งอุปกรณ์เครื่องใช้สาธารณูปโภค รวมถึงยาบางรายการที่ตัวเองคาดว่าน่าจะได้ใช้เช่นยาทาแก้ฟกช้ำปวดเมื่อย

 

“เจอแล้ว” พูดลอยออกมาเบาๆ อย่างดีใจเมื่อหาสิ่งของต้องการเจอ แต่แว๊บแรกในทันใดที่หยิบกล่องหลอดเจลขึ้นมาก็แทบจะโยนทิ้ง เพราะอ่านไปเจอคำว่า

 

‘เจลหล่อลื่น’ แทนที่จะเป็น ‘เจลแก้ปวดเมื่อย’

ซองมินอยากเอาหัวโขกฝาผนังตายจริงๆ จนคยูฮยอนเดินเข้ามาด้านหลัง ซองมินจึงตกใจทิ้งกล่องเจลนั่นทันที พร้อมกับเปลี่ยนมาคว้ากล่องสีเหลี่ยมขนาดพอดีมือที่อยู่แถวๆนั้นขึ้นมาถือไว้ทันที เพราะกลัวอีกคนจับพิรุธตนได้

 

 

“ได้อะไรมั๊ย”

 

“เอ่อออ....อ่าาาา ไม่มีอะไร ก็แค่ของใช้ทั่วๆไปนั่นแหละครับ” ยิ้มแก้เก้อพูดไปพลางยกกล่องที่ถือในมือขึ้นมาชูให้ดู

 

“ถุงยางอนามัยน่ะหรอ???”  

 

ร่างสูงหัวเราะเบาๆ